
ในอดีตกาล ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นปกคลุมเป็นผืนป่าเขียวขจี มีฝูงลิงอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ณ กลางป่าแห่งนั้น มีต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่ง สูงเสียดฟ้า ผลิดอกออกผลตลอดปี และผลมะม่วงของมันนั้น หวานหอมยิ่งนัก จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วป่า
ในฝูงลิงนั้น มีลิงตัวหนึ่งที่โดดเด่นกว่าลิงอื่นๆ ทั้งหมด มันมีขนสีขาวบริสุทธิ์ นัยน์ตาสีแดงก่ำ และมีขนาดใหญ่กว่าลิงทั่วไปหลายเท่า มันคือ ‘พญาวานร’ ผู้เป็นหัวหน้าฝูงลิงทั้งหมด พญาวานรเป็นลิงที่ฉลาด มีพละกำลังมาก และมีความรับผิดชอบสูง มันดูแลฝูงลิงด้วยความรัก และพยายามปกป้องพวกมันจากอันตรายทั้งปวง
วันหนึ่ง ขณะที่ฝูงลิงกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บผลมะม่วงอันหวานหอม ก็มีพรานป่ากลุ่มหนึ่ง เดินทางเข้ามาในป่า พวกมันเห็นต้นมะม่วงใหญ่ และฝูงลิงที่กำลังกินผลไม้อย่างมีความสุข ก็เกิดความโลภ
“ดูสิ! ลิงพวกนี้ ช่างเป็นอาหารอันโอชะเสียจริง!” หัวหน้าพรานกล่าว “เราจะต้องจับพวกมันให้ได้!”
พรานป่าได้วางแผนการจับลิงอย่างแยบยล พวกมันนำกับดักไปวางไว้รอบๆ ต้นมะม่วง และซุ่มซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้
พญาวานรผู้มีสายตาอันเฉียบคม สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบส่งเสียงร้องเตือนฝูงลิง
“พวกเจ้า! จงระวัง! มีพรานป่ากำลังซุ่มอยู่ พวกเราต้องรีบหนี!”
เหล่าลิงทั้งหลายตกใจ และรีบพากันกระโดดหนีขึ้นต้นไม้ และหนีไปยังที่ปลอดภัย
แต่มีลิงหนุ่มตัวหนึ่ง ชื่อว่า ‘จูฬปันฑก’ ซึ่งเป็นลิงที่ยังอ่อนประสบการณ์ และมีความประมาท มันไม่ทันได้ฟังเสียงเตือนของพญาวานร เพราะมัวแต่สาละวนอยู่กับการเก็บผลมะม่วง
เมื่อพรานป่าเห็นว่าลิงทั้งหมดหนีไปหมดแล้ว ยกเว้นเจ้าจูฬปันฑกที่ยังติดอยู่บนต้นมะม่วง มันก็รีบเข้ามาล้อมต้นไม้ และใช้ตาข่ายจับตัวจูฬปันฑกไว้ได้
“จับได้แล้ว! จับได้แล้ว!” พรานป่าร้องด้วยความดีใจ
เมื่อพญาวานรเห็นว่าจูฬปันฑกติดกับดัก มันก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
“ข้าเตือนพวกเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่ฟัง!” พญาวานรกล่าวกับจูฬปันฑก
“ท่านหัวหน้า! ได้โปรดช่วยข้าด้วย! ข้าไม่อยากตาย!” จูฬปันฑกตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
พญาวานรตระหนักดีว่า ตนเองมีหน้าที่ต้องปกป้องลูกฝูง แม้ว่าลูกฝูงนั้นจะประมาทก็ตาม
พญาวานรจึงตัดสินใจทำสิ่งที่กล้าหาญที่สุด มันกระโดดลงมาจากที่สูง และวิ่งตรงเข้าไปหาพรานป่า
“ปล่อยลิงตัวน้อยนั่นไป!” พญาวานรตะโกน “หากเจ้าต้องการจะจับลิง จงจับข้าแทน!”
พรานป่าตกตะลึงในความกล้าหาญของพญาวานร แต่มันก็เห็นว่าพญาวานรนั้นมีขนาดใหญ่กว่า และน่าจะเป็นอาหารที่ดีกว่า จึงพากันเข้ามาล้อมจับพญาวานร
พญาวานรใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี ต่อสู้กับพรานป่า มันกระโดด กัด และข่วน เพื่อพยายามสลัดหลุดจากตาข่าย
ในขณะที่พญาวานรต่อสู้อย่างสุดกำลัง จูฬปันฑกที่ยังติดตาข่ายอยู่ ก็รู้สึกละอายใจ และสำนึกผิดเป็นอย่างมาก
“ท่านหัวหน้า! ข้าขอโทษ! ข้าไม่น่าประมาทเลย ข้าทำให้ท่านต้องมาเดือดร้อน!”
พญาวานรเหลียวมองจูฬปันฑกด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“จูฬปันฑกเอ๋ย จงอย่าเสียใจไปเลย การเสียสละเพื่อผู้อื่นนั้น เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง”
ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของพญาวานร และด้วยความช่วยเหลือจากลิงตัวอื่นๆ ที่พากันส่งเสียงร้องดังสนั่น และขว้างก้อนหินเข้าใส่พรานป่า ทำให้พรานป่าเสียสมาธิ
ในจังหวะที่พรานป่าเสียสมาธิ พญาวานรก็สามารถดิ้นหลุดจากตาข่ายได้สำเร็จ
“รีบหนีไป!” พญาวานรตะโกนบอกจูฬปันฑก และลิงตัวอื่นๆ “หนีให้เร็วที่สุด!”
พญาวานรนำทางฝูงลิงทั้งหมด หนีเข้าไปในป่าลึก ที่ซึ่งพรานป่าไม่สามารถตามเข้าไปได้
เมื่อปลอดภัยแล้ว พญาวานรก็หันไปพูดกับจูฬปันฑก
“จูฬปันฑกเอ๋ย จงจำไว้ว่า ความประมาทคือหนทางแห่งหายนะ แต่ความกล้าหาญและความเสียสละ คือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด จงนำบทเรียนในวันนี้ไปเตือนใจเจ้า และฝูงลิงของเราตลอดไป”
จูฬปันฑกซาบซึ้งในบุญคุณของพญาวานรเป็นอย่างมาก มันสาบานตนว่าจะไม่ประมาทอีกต่อไป และจะตั้งใจฟังคำสั่งสอนของพญาวานรเสมอ
ตั้งแต่นั้นมา ฝูงลิงก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในป่าต่อไป และเรื่องราวความกล้าหาญและความเสียสละของพญาวานร ก็ถูกเล่าขานสืบต่อกันมา เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกชีวิตรู้จักความไม่ประมาท และเห็นคุณค่าของการเสียสละเพื่อผู้อื่น
— In-Article Ad —
ความประมาทนำมาซึ่งอันตราย ความกล้าหาญและความเสียสละคือสิ่งที่ประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี, ขันติบารมี, เมตตาบารมี
— Ad Space (728x90) —
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
262ติกนิบาตมหาสุบินชาดกในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระมหาบุรุษ นามว่า สุบินกุมาร พระอ...
💡 การเห็นนิมิตอันอัศจรรย์ อาจเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การมีปัญญาหยั่งรู้ จะช่วยให้สามารถเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาได้
187ทุกนิบาตกุมภชาดก (เรื่องหม้อ) ณ อาณาจักรอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นมคธ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงบังเ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นว่า ความเมตตาและความกล้าหาญสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่หลวงได้ แม้ผู้กระทำจะมีร่างกายที่เล็กกว่า แต่หากมีจิตใจที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริง ย่อมสามารถสร้างสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังสอนให้เราไม่ควรดูถูกผู้อื่น และควรช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเสมอ
116เอกนิบาตมหาธนูวังคชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสีอันรุ่งเรือง มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระปัญจาลร...
💡 การไม่เชื่อฟังคำสอนที่ดี ทำให้พลาดโอกาสในการเรียนรู้และอาจนำไปสู่ความหายนะ.
55เอกนิบาตนักปราชญ์ผู้สละทิฐิณ แคว้นมคธอันไพบูลย์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่อาณาจักรยังคงปกครองโดยกษัตริ...
💡 ความรู้ที่แท้จริงนั้นมาพร้อมกับความอ่อนน้อมถ่อมตน การยึดติดในทิฐิมานะจะปิดกั้นหนทางสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง.
160ทุกนิบาตกุฏิกชาดกณ แคว้นมคธ ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "มหาติสสะ"...
💡 การช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เป็นการสร้างบุญกุศลอันประเสริฐ ที่จะส่งผลให้ได้รับความสุขความเจริญ และเป็นหนทางสู่การบรรลุมรรคผลนิพพาน.
— Multiplex Ad —